คติเตือนใจ!!!! ๕ อย่า-พาชีวีมีสุขแบบง่ายๆ

0
64

lotus

 

คอลัมน์: ธรรมะขัดใจ/ พระมหาสกล วงษ์เขียด,ดร.

 

เข้าสู่กลางฤดูฝน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ใกล้จะเข้าพรรษา ในประเทศไทยเราสองสามอาทิตย์ที่ผ่านมา บางพื้นที่พบกับปัญหาอุทกภัย ภัยคือน้ำท่วม สำหรับกรุงเทพแล้วฝนมาแต่ละครั้งทำให้บางพื้นที่ ผู้ที่ต้องเดินทางต้องหลบเลี่ยงไม่อยากเฉียดเข้าไป คนโบราณท่านฉลาดสอนลูกหลานให้รู้จักปลงด้วยคำง่ายๆ แบบภาษาชาวบ้านว่า “ฝนจะตก,แดดจะออก,ฟ้าจะร้อง,ขี้จะแตก,พระจะสึก..เป็นเรื่องของธรรมชาติ ห้ามกันไม่ได้ เป็นความหมายว่า อะไรจะเกิดก็เกิด อะไรจะดับก็ดับ เราไม่สามารถบังคับไม่ได้เลย เพราะธรรมชาติกำหนดสร้างมาอย่างนั้น ต้องมองด้วยปัญญาเกิดขึ้นและพิจารณาจนเข้าใจยอมรับสิ่งที่ปรากฏตามธรรมชาติในสภาวะธรรมที่เป็นจริง ณ ปัจจุบันขณะ ข้อธรรมที่อยากให้ท่านผู้อ่านได้เป็นคติเตือนใจบทนี้ คือ ๕ อย่าพาชีวีมีสุข ดังนี้
๑. อย่าดึงฟ้าต่ำ เราเป็นผู้น้อยให้เคารพผู้ใหญ่อย่าลบหลู่ดูหมิ่นลืมบุญคุณท่าน
๒. อย่าทำหินแตก หินศิลาหรือศีลหรือกฎหมาย
๓. อย่าแยกแผ่นดิน เป็นพี่น้องญาติมิตรให้รักกันอย่าพูดว่า
๔. อย่าหมิ่นศาสนา เคารพศาสนาที่พระธรรมคำสั่งสอน
๕. อย่าอิจฉาจนตาร้อน อย่าไปยุ่งอิจฉาวุ่นวายคนอื่น
๑. อย่าดึงฟ้าต่ำ ผู้น้อยต้องให้ความเคารพผู้ใหญ่อย่าลบหลู่ดูหมิ่นบุญคุณท่าน พระคุณที่สามอีกสิ่งที่สำคัญ เพราะช่วงระยะเวลานี้ นิสิตจบใหม่จากมหาวิทยาลัยต่างๆมาก ผู้ใหญ่ที่ใกล้ชิดเราที่สุดก็คือ ครู อาจารย์นึกถึงคำกลอนของบัณฑิตครั้งก่อนว่า “ยามเรียนเห็นครู เป็นครู ยามรู้เห็นครูเป็นเพื่อน ยามรวยเห็นครูลางเลือน ใกล้ตายใจจะเตือนถึงครู”
๒. อย่าทำหินแตก ในสมัยก่อน พระราชาจะทรงทำหน้าที่ผู้พิพากษา ตัดสินด้วยความสุจริต ประชาชนมีความสุขเรียกได้ว่า ไพร่ฟ้าหน้าใส ต่อมาเมื่อพระราชามีภารกิจมาก ก็ทรงมอบหมายให้ข้าราชการไปดำเนินการแทน ข้าราชการคือตัวแทนของพระราชา เมื่อปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ ก็จะทำให้ประชาชนมีความสุขไม่มีความเดือดร้อน
๓.อย่าแยกแผ่นดิน ส่วนนี้หมายความว่า พี่กับน้อง เหมือนแขนขา ทรัพย์สินเหมือนเสื้อผ้าหายไปยังหาใหม่ได้ เมื่อพ่อกับแม่ยังเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรอยู่พี่กับน้องก็ต้องดูแลเป็นการกตัญญูอย่างหนึ่ง แต่ว่าเมื่อท่านเสียชีวิตไปแล้ว ก็อย่าแตกแยกถึงฟ้องร้องกันจนถึงขนาด “อย่ามาเหยียบบ้านกู”
๔. อย่าหมิ่นศาสนา ข้อนี้บางท่านได้ยินข่าวเกี่ยวกับพระเณร ประพฤติเสียหายบ้างถึงกับเลิกนับถือศาสนาไป ศาสนาไม่ได้อยู่ที่ตัวบุคคล ศาสนาอยู่ที่พระธรรมคำสั่งสอนที่เรียกว่าปริยัติ ที่ชวนให้เราปฏิบัติตามแล้วก็จะสัมผัสผลแก่ผู้นั้น
๕. อย่าไปอิจฉาริษยาคนอื่น เรื่องของคนอื่นช่างเขาบ้างสิ่งใดที่ไม่ทำให้ใจเป็นสุข ก็ทิ้งกองไว้บ้าง อะไรที่ทำให้ใจเป็นทุกข์ไม่ดีแก่ใจ ละไว้ ทิ้งไป หันมาให้อาหารแก่จิตใจด้วยความสุขของตนเอง ปฏิบัติธรรมบ้าง อ่านหนังสือที่เราชอบหรือว่า ทำกิจกรรมจิตอาสา พัฒนาบ้านชุมชนที่สามารถช่วยได้ หากทำได้ดั่งนี้ชีวิตก็จะสงบประสบสันติสุขอยู่รุ่มชุ่มเย็น ฉะนี้แล

Comments

comments